單集摘要
"เราต้องมาฝึกให้จิตมันมีบ้านอยู่ แต่ไม่ได้อยู่เป็นคุก ทำกรรมฐานไปสักอย่างหนึ่ง เพื่อจะฝึกความรู้เนื้อรู้ตัว ฝึกสติ ไม่ใช่ทำกรรมฐานเพื่อฝึกความสงบ คนเข้าวัดคิดถึงการปฏิบัติเมื่อไร ก็คิดถึงการทำจิตให้สงบ ไปนั่งสมาธิให้มันสงบ ความสงบดีไหม ก็ดี ดีกว่าความฟุ้งซ่าน แต่สมาธิที่ถูกต้องไม่ได้แปลว่าสงบ สมาธิที่ถูกต้องคือสภาวะของความตั้งมั่น จิตตั้งมั่นไม่ใช่จิตสงบ แต่จิตที่สงบอาจจะไม่ตั้งมั่น แต่จิตที่ตั้งมั่น สงบด้วย" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 16 ตุลาคม 2569
"เราต้องมาฝึกให้จิตมันมีบ้านอยู่ แต่ไม่ได้อยู่เป็นคุก ทำกรรมฐานไปสักอย่างหนึ่ง เพื่อจะฝึกความรู้เนื้อรู้ตัว ฝึกสติ ไม่ใช่ทำกรรมฐานเพื่อฝึกความสงบ คนเข้าวัดคิดถึงการปฏิบัติเมื่อไร ก็คิดถึงการทำจิตให้สงบ ไปนั่งสมาธิให้มันสงบ ความสงบดีไหม ก็ดี ดีกว่าความฟุ้งซ่าน แต่สมาธิที่ถูกต้องไม่ได้แปลว่าสงบ สมาธิที่ถูกต้องคือสภาวะของความตั้งมั่น จิตตั้งมั่นไม่ใช่จิตสงบ แต่จิตที่สงบอาจจะไม่ตั้งมั่น แต่จิตที่ตั้งมั่น สงบด้วย" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 16 ตุลาคม 2569
單集
สมาธิที่ถูกต้องจิตต้องตั้งมั่น : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 16 ต.ค. 2569
已收聽"เราต้องมาฝึกให้จิตมันมีบ้านอยู่ แต่ไม่ได้อยู่เป็นคุก ทำกรรมฐานไปสักอย่างหนึ่ง เพื่อจะฝึกความรู้เนื้อรู้ตัว ฝึกสติ ไม่ใช่ทำกรรมฐานเพื่อฝึกความสงบ คนเข้าวัดคิดถึงการปฏิบัติเมื่อไร ก็คิดถึงการทำจิตให้สงบ ไปนั่งสมาธิให้มันสงบ ความสงบดีไหม ก็ดี ดีกว่าความฟุ้งซ่าน แต่สมาธิที่ถูกต้องไม่ได้แปลว่าสงบ สมาธิที่ถูกต้องคือสภาวะของความตั้งมั่น จิตตั้งมั่นไม่ใช่จิตสงบ แต่จิตที่สงบอาจจะไม่ตั้งมั่น แต่จิตที่ตั้งมั่น สงบด้วย" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 16 ตุลาคม 2569
ทำงานเผยแผ่ศาสนาควบคู่กับการภาวนา : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 16 ต.ค. 2569
已收聽"ทำงานเผยแผ่ศาสนาตัวเราได้ประโยชน์ด้วย ถ้าทำงานแล้วตัวเราไม่พัฒนา ไม่ดี ฉะนั้นภาวนาไปด้วย เวลาทำงานมันกระทบกระทั่งตลอดเวลาเป็นเรื่องปกติ กระทบกระทั่งกับเพื่อนร่วมงานหรือกับญาติโยม จุดสำคัญที่เราจะอยู่กันสบายก็คือเรารู้ทันจิตใจตัวเอง ถ้าเราภาวนาไปรู้ทันใจตัวเองไปด้วย ทำงานมันมีความสุข ทำงานเผยแผ่แล้วเราต้องพัฒนาได้ด้วย" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 16 ตุลาคม 2569
การปฏิบัติคือการเรียนรู้กายกับใจ : 15 ต.ค. 2569
已收聽"การภาวนาจริงๆ ไม่ใช่เรื่องยาก การปฏิบัติคือการเรียนรู้ตัวเอง สิ่งที่เรียกว่าตัวเราก็ประกอบด้วยร่างกายกับจิตใจ ถ้าตามตำราเขาเรียกมีแต่รูปกับนาม รูปธรรมกับนามธรรม พูดภาษาง่ายๆ มีร่างกายกับจิตใจ การเรียนรู้ตัวเองคือการเรียนรู้กายรู้ใจ เรียนแล้วได้อะไร มีสติรู้กายรู้ใจไปอย่างที่มันเป็น เราจะได้เห็นความจริงของร่างกายของจิตใจ" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 15 ตุลาคม 2569
วิภัชชวิธี : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 11 ต.ค. 2569
已收聽บทสนทนาธรรมเกี่ยวกับการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน โดยเน้นย้ำเรื่องการสร้างสัมมาทิฐิและการใช้สติเพื่อรู้เท่าทันความหลง (โมหะ) ผู้สอนแนะนำวิธีการแยกแยะขันธ์ 5 และอายตนะ 6 เพื่อให้เห็นความจริงว่าไม่มีตัวตนที่แท้จริง การปฏิบัติที่ถูกต้องไม่ใช่การบังคับจิตให้สงบหรือนิ่ง แต่คือการเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน โดยการสังเกตสภาวะธรรมที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นความสุข ความทุกข์ หรือความหลง เนื้อหาครอบคลุมถึงการตอบคำถามจากผู้ปฏิบัติหลายรูปแบบ (Case Studies) ตั้งแต่ผู้ที่มีจริตโลภะ โทสะ และโมหะ โดยให้แนวทางในการปรับใช้กรรมฐาน เช่น การดูจิต การดูเวทนาทางใจ และการฝึกสติในชีวิตประจำวัน เพื่อพัฒนาจิตให้มีกำลังและก้าวไปสู่ปัญญาที่เห็นความเกิดดับของสังขารธรรม
น้อมเข้ามาเรียนรู้ตัวเอง : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 10 ต.ค. 2569
已收聽รายการนี้เป็นการถ่ายทอดคำสอนและแนวทางการปฏิบัติธรรมของหลวงพ่อ โดยเน้นเรื่องการฝึกจิตและการเจริญสติในชีวิตประจำวัน ท่านให้ความสำคัญกับการไม่ส่งจิตออกนอก และการใช้สติเพื่อรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของกายและใจ ไม่ว่าจะเป็นความสุข ความทุกข์ หรือความปรุงแต่งต่างๆ เนื้อหาครอบคลุมถึงวิธีการปฏิบัติที่เหมาะสมกับระดับของแต่ละบุคคล ตั้งแต่การทำสมถะเพื่อความสงบ ไปจนถึงการเจริญวิปัสสนาเพื่อเห็นแจ้งในไตรลักษณ์ ท่านเน้นย้ำว่าการปฏิบัติธรรมไม่ใช่การบังคับจิตให้หยุดคิดหรือทำให้จิตว่างแบบฝืนธรรมชาติ แต่คือการอ่านจิตตนเองเหมือนอ่านนิยาย เพื่อให้เห็นสภาวะธรรมตามความเป็นจริง และรักษาความเป็นกลางเมื่อเกิดความเสื่อมหรือความเจริญในการปฏิบัติ
วิธีปฏิบัติที่ลัดสั้น : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 4 ต.ค. 2569
已收聽รายการพอดแคสต์นี้เป็นการถ่ายทอดคำสอนเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรมและการดูจิต โดยเน้นย้ำถึงหลักการพึ่งพาตนเองมากกว่าการพึ่งพาวัตถุหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เนื้อหาครอบคลุมถึงวิธีการฝึกสติเพื่อรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของกายและจิต การจัดการกับอาการจิตฟุ้งซ่าน และการใช้สมาธิเป็นฐานในการเจริญปัญญา เพื่อให้เห็นความจริงของขันธ์ห้าว่าไม่ใช่ตัวตน ผู้สอนได้แบ่งปันประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติและการแก้ปัญหาทางจิต เช่น อาการจิตติดในสมาธิหรือการเพ่งจนเกินไป พร้อมทั้งให้คำแนะนำแก่ผู้ปฏิบัติธรรมในระดับต่างๆ ตั้งแต่ผู้เริ่มต้นไปจนถึงผู้ที่ฝึกฝนมานาน โดยเน้นย้ำว่าหัวใจสำคัญคือการรู้เท่าทันสภาวะที่เกิดขึ้นตามเหตุและปัจจัย เพื่อนำไปสู่ความหลุดพ้นจากกิเลสและการเข้าใจหลักแห่งกรรมอย่างแท้จริง
ธรรมนิยาม : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 3 ต.ค. 2569
已收聽รายการธรรมะบรรยายที่เน้นเรื่องกฎแห่งกรรมและหลักการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเพื่อความดับทุกข์ เนื้อหาครอบคลุมถึงเรื่องนยาม 5 การรักษาศีลเพื่อลดความเศร้าหมองของจิต และการฝึกสติเพื่อเห็นความจริงของกายและใจว่าไม่ใช่ตัวตน (อนัตตา) โดยเน้นย้ำว่าเป้าหมายสูงสุดของพุทธศาสนาคือการดับทุกข์ ไม่ใช่การอ้อนวอนขอพรจากเทวรูป ในช่วงท้ายมีการตอบคำถามธรรมะแก่ผู้ปฏิบัติกรรมฐานในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่การเดินจงกรม การดูลมหายใจ ไปจนถึงการสังเกตเวทนา โดยหลวงพ่อให้คำแนะนำในการรักษาจิตให้เป็นปกติ ไม่ควรบังคับจิตให้สงบหรือนิ่งจนเกินไปจนกลายเป็นความทื่อ แต่ให้ใช้สติรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของกายและจิตตามความเป็นจริงเพื่อนำไปสู่ปัญญาและการบรรลุธรรม
เข้าใจความเป็นจริงของโลก : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 27 ก.ย. 2569
已收聽การบรรยายธรรมเรื่องการเตรียมความพร้อมทางจิตใจเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของชีวิต โดยใช้หลักสติและปัญญาในการเผชิญกับภัยธรรมชาติ ความเจ็บป่วย และความสูญเสีย เนื้อหาเน้นย้ำถึงการฝึกจิตให้รู้เท่าทันสภาวะธรรม ทั้งความโกรธ ความหลง และความทุกข์ เพื่อให้จิตตั้งมั่นเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน และสามารถเข้าถึงสภาวะที่อยู่เหนือโลกหรือโลกุตตรธรรมได้ ผู้บรรยายแนะแนวทางการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานผ่านการสังเกตกายและจิต การใช้สัญญาในการหมายรู้ความไม่เที่ยง เพื่อพัฒนาจากสมถะไปสู่ปัญญา จนสามารถเห็นความจริงของขันธ์ห้าว่าไม่ใช่ตัวตน และนำไปสู่การละวางความยึดมั่นถือมั่นในที่สุด
รู้อารมณ์กรรมฐานเพื่อจะรู้ทันจิต : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 26 ก.ย. 2569
已收聽รายการพอดแคสต์นี้เป็นการถ่ายทอดคำสอนและประสบการณ์การปฏิบัติธรรมของหลวงพ่อเกี่ยวกับการฝึกจิตและการเจริญสติ โดยเน้นย้ำเรื่องการรู้เท่าทันจิต ไม่ให้ส่งจิตออกนอกหรือจดจ่ออยู่กับอารมณ์กรรมฐานจนเกินไป เนื้อหาครอบคลุมถึงหลักการใช้กายเป็นเครื่องอยู่ของจิต การสังเกตสภาวะธรรมที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และการใช้โยนิโสมนสิการเพื่อพิจารณาตนเอง หลวงพ่อได้แบ่งปันประสบการณ์ตรงจากการเรียนรู้กับครูบาอาจารย์ รวมถึงการตอบคำถามและให้คำแนะนำแก่ผู้ปฏิบัติธรรมที่มีปัญหาแตกต่างกันไป เช่น อาการติดในสมาธิ การเผลอเรอ หรือความยึดมั่นในตัวตน โดยเน้นว่าหัวใจสำคัญคือการมีสติที่ว่องไวเพื่อเห็นการเกิดดับของรูปนาม และการรักษาจิตให้อยู่กับปัจจุบันขณะโดยไม่ปรุงแต่ง
อดทนฝึกแล้วฝึกอีก : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 25 ก.ย. 2569
已收聽เรื่องราวประสบการณ์การปฏิบัติธรรมและการฝึกสติผ่านการเปรียบเทียบกับการหัดขี่จักรยาน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของความอดทนและการสร้างเครื่องอยู่ให้จิตเพื่อไม่ให้จิตหลงไปกับอารมณ์ภายนอก ผู้พูดแบ่งปันวิธีการสังเกตสภาวะธรรม ทั้งในแง่ของรูปธรรมและนามธรรม เช่น การรู้เท่าทันลมหายใจ ความสุข ความทุกข์ และการเห็นความไม่เที่ยงของจิต เนื้อหาครอบคลุมถึงเทคนิคการทำกรรมฐานที่สามารถปรับใช้ได้ตามความถนัด ไม่ว่าจะเป็นการใช้คำบริกรรมหรือการสังเกตความเคลื่อนไหวของร่างกาย พร้อมทั้งถ่ายทอดประสบการณ์ส่วนตัวในการเผชิญกับสภาวะจิตที่ไหลไปสู่ความกลัวและการเห็นความจริงของขันธ์ 5 เพื่อนำไปสู่การปล่อยวางและการหลุดพ้นจากความยึดมั่นถือมั่นในตัวตน
ปฏิบัติถูกต้องจะพ้นทุกข์ด้วยตัวเอง : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 21 ก.ย. 2569
已收聽คำสอนธรรมะว่าด้วยเรื่องการฝึกสติเพื่อการดับทุกข์อย่างแท้จริง โดยเน้นย้ำว่าการเรียนรู้ผ่านการอ่านหรือการฟังเป็นเพียงการสะสมความจำ แต่หัวใจสำคัญคือการลงมือปฏิบัติเพื่อสังเกตความจริงของร่างกายและจิตใจ เนื้อหาเปรียบเทียบการดับทุกข์เหมือนกับการดับไฟที่ต้องแก้ที่ต้นเหตุ คือการตัดเชื้อเพลิงและปัจจัยที่ทำให้เกิดไฟ ไม่ใช่เพียงแค่การพยายามดับเปลวไฟที่ปลายเหตุ ผู้สอนชี้ให้เห็นว่าความทุกข์เกิดจากความยึดมั่นถือมั่นในกายและใจ การฝึกสติเพื่อรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของกายและจิตจะช่วยให้จิตคลายความยึดติด ลดความอยาก และนำไปสู่ความสงบที่แท้จริง ซึ่งเป็นสภาวะที่จิตไม่ดิ้นรนและปราศจากภาระจากการแบกหามความสุขหรือความทุกข์ไว้
ติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูก : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 20 ก.ย. 2569
已收聽รายการนี้เป็นการสนทนาธรรมและตอบคำถามปัญหาการปฏิบัติกรรมฐาน โดยหลวงพ่อเน้นย้ำเรื่องการฝึกสติเพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการเจริญปัญญา การสอนครอบคลุมตั้งแต่หลักการพื้นฐานอย่างการใช้สติรู้เท่าทันลมหายใจ ไปจนถึงระดับที่ลึกซึ้งขึ้นคือการเห็นความเกิดดับของรูปนามและการแยกขันธ์ 5 เพื่อลดละความยึดมั่นในตัวตน เนื้อหาเน้นไปที่การแก้ไขข้อผิดพลาดในการปฏิบัติ เช่น การเพ่งจ้องหรือการพยายามบังคับจิต ซึ่งจะนำไปสู่ความเครียดและหนักแน่นแข็งกระด้าง โดยหลวงพ่อแนะนำให้ใช้สติรู้เท่าทันสภาวะธรรมตามความเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นความสุข ความทุกข์ หรืออารมณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้จิตเข้าสู่สภาวะที่เป็นกลางและเกิดปัญญาเห็นแจ้งในไตรลักษณ์
เรียนรู้ทุกข์จนพ้นทุกข์ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 13 ก.ย. 2569
已收聽รายการนี้เป็นการถ่ายทอดธรรมะเกี่ยวกับการฝึกจิตและการเข้าใจความจริงของชีวิตตามหลักพุทธศาสนา โดยเน้นย้ำเรื่องกฎแห่งกรรมและเหตุปัจจัย เนื้อหาชี้ให้เห็นว่าความทุกข์เกิดจากความอยาก (ตัณหา) และความไม่รู้ (อวิชชา) การปฏิบัติธรรมที่แท้จริงไม่ใช่เพื่อแสวงหาความสุขหรือความสงบ แต่เพื่อเรียนรู้สภาวะของกายและใจตามความเป็นจริง เพื่อให้เห็นว่าทั้งกายและจิตล้วนเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา และเป็นที่ตั้งแห่งทุกข์ ผู้พูดได้แบ่งปันประสบการณ์การฝึกฝน ตั้งแต่การใช้สติในชีวิตประจำวัน การทำสมาธิ ไปจนถึงการเผชิญกับสภาวะจิตที่ฟุ้งซ่านหรือความยึดมั่นถือมั่น โดยเน้นให้ผู้ปฏิบัติรู้จักรู้เท่าทันกิเลสและรักษาฐานของสติไว้ ไม่ให้จิตหลงไปกับอารมณ์ที่มากระทบ เพื่อนำไปสู่การปล่อยวางและการเป็นอิสระจากความทุกข์อย่างแท้จริง
สิ่งที่เหนือดวงคือกรรม : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 12 ก.ย. 2569
已收聽รายการธรรมะบรรยายเรื่องการฝึกจิตและการรักษาศีล โดยเน้นย้ำว่ากรรมคือสิ่งที่อยู่เหนือดวงชะตา และการใช้สติปัญญาเพื่อข่มกิเลส เนื้อหาครอบคลุมถึงความสำคัญของการมีสติรู้เท่าทันอารมณ์ การพัฒนาสมาธิเพื่อเป็นฐานให้เกิดปัญญา และการฝึกวิปัสสนากรรมฐานผ่านการสังเกตสภาวะธรรมที่เกิดขึ้นจริงในกายและใจ ผู้บรรยายได้ให้คำแนะนำแก่ผู้ปฏิบัติธรรมที่มีจริตแตกต่างกัน ตั้งแต่การใช้ลมหายใจ การเดินจงกรม ไปจนถึงการรับมือกับนิมิตและการเปลี่ยนแปลงของจิต โดยเน้นย้ำว่าเป้าหมายสูงสุดไม่ใช่การทำให้จิตนิ่งหรือหยุดนิ่ง แต่คือการรู้เท่าทันความเกิดดับของสภาวะธรรม เพื่อลดละความยึดมั่นถือมั่นในตัวตนและเข้าถึงความจริงของธรรมชาติ
รูปธรรมนามธรรมเป็นไตรลักษณ์ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 5 ก.ย. 2569
已收聽สรุปเรื่องราวการจัดงานบุญฝังลูกนิมิตที่เต็มไปด้วยความยากลำบากจากจำนวนญาติโยมที่มาเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทั้งปัญหาเรื่องระบบไฟฟ้า น้ำประปา และความแออัดของสถานที่ แต่ด้วยพลังแห่งศรัทธาและความสงบของผู้ปฏิบัติธรรม ทำให้งานดำเนินไปได้อย่างเรียบร้อยโดยไม่มีการทะเลาะวิวาท เนื้อหาช่วงหลังเป็นการเทศนาธรรมเกี่ยวกับการฝึกสติและสมาธิ การแยกรูปนาม (นามรูปปริเฉทญาณ) และการใช้กายเป็นวิหารธรรมเพื่อลดละอัตตาตัวตน พร้อมทั้งมีการตอบคำถามและให้คำแนะนำแก่ผู้ปฏิบัติธรรมในระดับต่างๆ
ใจยอมรับความจริงได้ก็ไม่ทุกข์ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 31 ส.ค. 2569
已收聽บทเทศนาธรรมเกี่ยวกับการใช้ชีวิตด้วยความอดทนและการยอมรับความจริงตามหลักพุทธศาสนา เนื้อหาครอบคลุมถึงการจัดการกับความทุกข์ ความแก่ และความเจ็บป่วย โดยเน้นย้ำว่าปัญหาบางอย่างในชีวิตไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีการทางกาย แต่ต้องแก้ไขด้วยการฝึกจิตให้มีความอดทน (ขันติ) และการมองเห็นความเป็นธรรมดาของโลก เพื่อไม่ให้จิตใจเกิดความทุกข์จากการยึดติด
จิตบังคับไม่ได้แต่ฝึกได้ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 30 ส.ค. 2569
已收聽พระอาจารย์แสดงธรรมเกี่ยวกับการฝึกสติเพื่อพัฒนาจิต โดยเน้นการรู้เท่าทันกายและใจ เพื่อให้เห็นความจริงของธรรมชาติว่าร่างกายและจิตใจไม่ใช่ตัวตน แต่เป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นและดับไปตามเหตุปัจจัย
ฝึกใจให้เป็นพระ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 29 ส.ค. 2569
已收聽คำสอนธรรมะว่าด้วยเรื่องกฎแห่งกรรมและเหตุปัจจัยของชีวิต โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างบุญบารมีและการฝึกสติเพื่อลดละกิเลส เนื้อหาครอบคลุมถึงการพิจารณาความไม่เที่ยงของร่างกายและจิตใจ การทำความเข้าใจในหลักอนัตตา เพื่อก้าวไปสู่ภูมิธรรมของพระโสดาบัน ผ่านการสังเกตสภาวะธรรมที่เกิดขึ้นทางอายตนะทั้ง 6 และการรู้เท่าทันความคิดที่ควบคุมไม่ได้
บุญจากการภาวนา : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 28 ส.ค. 2569
已收聽พระอาจารย์เทศนาเรื่องความสำคัญของการปฏิบัติธรรมและการภาวนาเพื่อการพ้นทุกข์ โดยเน้นย้ำว่าการทำบุญตามพิธีกรรมเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่เป้าหมายสูงสุดคือการฝึกสติเพื่อรู้เท่าทันกายและใจ จนสามารถปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่นในตัวตนได้
รู้สึกตัวเพื่อเห็นความจริงของกายของใจ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 23 ส.ค. 2569
已收聽เรื่องราวการถ่ายทอดประสบการณ์ความลำบากในการสร้างวัดและการขอตั้งวัดที่ใช้เวลานานถึง 16 ปี ผ่านขั้นตอนทางราชการที่ซับซ้อน ตั้งแต่การทำเรื่องขอก่อสร้าง การถอนสีมา ไปจนถึงการปักหมายเขตวิสุงคามสีมา โดยเน้นย้ำถึงความเหนื่อยยากในการจัดการเอกสารและปัญหาเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดิน เนื้อหาหลักมุ่งเน้นไปที่หลักการปฏิบัติธรรมเพื่อการปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่นในกายและใจ โดยสอนให้เห็นความจริงของร่างกายว่าเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา และการฝึกสติเพื่อรู้เท่าทันอารมณ์ที่มากระทบผ่านผัสสะทั้งหก รวมถึงแนวทางการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานแบบสมถยานิกและวิปัสสนายานิก เพื่อให้จิตเกิดปัญญาและหลุดพ้นจากอาสวะกิเลส
เข้าถึงพระนิพพานในปัจจุบัน : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 22 ส.ค. 2569
已收聽รายการธรรมะบรรยายที่นำเสนอเรื่องราวการเตรียมงานพิธีปิดทองลูกนิมิต ณ วัดธรรมยุติ โดยมีการแจ้งข่าวสารสำคัญเกี่ยวกับการจัดการสถานที่ ข้อควรระวังในการร่วมบุญ และการรับมือกับสถานการณ์ปัจจุบัน เช่น ปัญหาจราจรและโรคระบาด นอกจากนี้ยังมีการถ่ายทอดหลักธรรมคำสอนในทางเถรวาท เน้นเรื่องอริยสัจ 4 การเข้าใจความจริงของกายและใจผ่านการฝึกสติ เพื่อให้เห็นถึงความไม่เที่ยง (อนิจจัง) ความเป็นทุกข์ (ทุกขัง) และความไม่มีตัวตนที่แท้จริง (อนัตตา) มุ่งเน้นการปฏิบัติเพื่อรู้เท่าทันอารมณ์และการลดละความอยาก (ตัณหา) เพื่อเข้าถึงความสงบทางจิตใจ
ทุกข์เพราะยึดว่าขันธ์เป็นตัวเรา : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 16 ส.ค. 2569
已收聽รายการธรรมะบรรยายเรื่องการเจริญสติและการจัดการกับความทุกข์ตามหลักพุทธศาสนา โดยเน้นย้ำว่าความทุกข์เกิดจากการยึดมั่นในขันธ์ 5 และความไม่รู้ความจริงของชีวิต ผู้บรรยายชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการฝึกจิตให้ตั้งมั่นด้วยสมถสมาธิ เพื่อเป็นฐานในการเกิดปัญญาในการแยกแยะรูปนามและเห็นไตรลักษณ์ เนื้อหาครอบคลุมถึงการใช้กายเป็นวิหารธรรม การฝึกสติในชีวิตประจำวัน และการรู้เท่าทันกิเลสที่แทรกเข้ามาในจิตใจ นอกจากนี้ยังมีการตอบคำถามจากทางบ้านเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติกรรมฐานรูปแบบต่างๆ โดยเน้นย้ำว่าหัวใจสำคัญไม่ใช่การมุ่งหาความสงบ แต่คือการรักษาความรู้สึกตัวและการไม่บังคับจิต เพื่อให้จิตพัฒนาไปสู่สภาวะที่รู้แจ้งและปล่อยวางความยึดมั่นในตัวตนได้ในที่สุด
ใจเป็นคนรู้ได้ถึงจะทำสติปัฏฐานได้ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 15 ส.ค. 2569
已收聽หลวงพ่อให้ธรรมะเกี่ยวกับการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน การฝึกสติเพื่อรู้เท่าทันกายและใจ รวมถึงการปล่อยวางความยึดมั่นในตัวตน เพื่อให้จิตตั้งมั่นและเข้าถึงความจริงของธรรมชาติ
พ่อแม่สำคัญเท่ากับพระอรหันต์ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 12 ส.ค. 2569
已收聽เนื้อหาธรรมะเนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ โดยเน้นเรื่องความกตัญญูกตเวทีต่อบิดามารดา ซึ่งเปรียบเสมือนพระอรหันต์ในบ้าน การดูแลปรนนิบัติท่านและการชักนำให้ท่านเข้าถึงธรรมเป็นบุญอันยิ่งใหญ่ นอกจากนี้ยังมีการถ่ายทอดเรื่องราวทางพุทธประวัติของพระสารีบุตรที่บรรลุธรรมจากการฟังธรรมเพียง 4 ประโยคจากพระอัสสชิ และการแสดงความกตัญญูต่อครูบาอาจารย์เพื่อเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต
ธรรมะของฆราวาส : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 30 ก.ค. 2569
已收聽รายการธรรมะบรรยายเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้การฝึกสมาธิและวิปัสสนาในชีวิตประจำวันสำหรับฆราวาส โดยเน้นการเก็บเกี่ยวช่วงเวลาเล็กน้อยระหว่างการทำงานหรือทำกิจวัตรต่างๆ เพื่อสร้างความสงบทางจิตใจ ผู้บรรยายแบ่งปันเทคนิคการทำสมถะผ่านการจดจ่อกับงานที่ชอบ และการใช้ลมหายใจเพื่อคลายความเครียด รวมถึงการรักษาความรู้สึกตัวในขณะเคลื่อนไหวร่างกาย เนื้อหาครอบคลุมถึงความแตกต่างระหว่างการปฏิบัติแบบพระและฆราวาส การจัดการกับอารมณ์และความอยากที่ทำให้จิตฟุ้งซ่าน และการสร้างปัญญาเพื่อมองเห็นความจริงของชีวิตและการแก้ปัญหาอย่างมีสติ โดยเน้นย้ำว่าการปฏิบัติธรรมไม่ใช่เรื่องของการปลีกวิเวกเพียงอย่างเดียว แต่คือการฝึกใจให้มีความสุขและสงบได้ในทุกขณะของชีวิตประจำวัน
การดูจิตเป็นวิธีปฏิบัติที่ลัดสั้นที่สุด : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 28 ก.ค. 2569
已收聽เนื้อหาธรรมะบรรยายเกี่ยวกับการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน โดยเน้นย้ำเรื่องการ 'ดูจิต' ซึ่งเป็นวิธีการที่สั้นและตรงประเด็นที่สุดในการเข้าถึงความจริง การสอนมุ่งเน้นให้ผู้ปฏิบัติเห็นความไม่เที่ยงของขันธ์ 5 และการละวางความยึดมั่นถือมั่นในตัวตน เพื่อบรรลุธรรมตั้งแต่ระดับพระโสดาบันไปจนถึงขั้นสูงสุด นอกจากนี้ยังมีการแบ่งปันประสบการณ์ส่วนตัวของหลวงพ่อเกี่ยวกับการเรียนรู้จากครูบาอาจารย์ การปรับเปลี่ยนวิธีการปฏิบัติให้เข้ากับยุคสมัยที่วิถีชีวิตเปลี่ยนไป และการเน้นย้ำว่าเป้าหมายของการมาวัดไม่ใช่เพื่อขอพร แต่เพื่อเรียนรู้วิธีการเอาชนะกิเลสด้วยตนเอง
สิ่งที่ผิดในการดูจิต :: หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 9 ส.ค. 2569
已收聽รายการนี้เป็นการถ่ายทอดคำสอนและประสบการณ์การปฏิบัติธรรมของหลวงพ่อ โดยเน้นเรื่องการฝึกจิต การดูจิต และการทำสมาธิวิปัสสนา เนื้อหาครอบคลุมถึงความเสื่อมถอยของสังคมในยุคปัจจุบัน ปัญหาการควบคุมจิตใจ และวิธีการรับมือกับกิเลสผ่านหลักการทางพุทธศาสนา เช่น การใช้สติรู้เท่าทันความคิดและการไม่ยึดติดในตัวตน หลวงพ่อได้แบ่งปันประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติที่เคยผิดพลาด ทั้งการเพ่งจิต การแสวงหาจิต และการประคองจิตจนกลายเป็นความเครียด พร้อมทั้งให้คำแนะนำแก่ผู้ปฏิบัติธรรมแต่ละระดับ ตั้งแต่ผู้เริ่มต้นไปจนถึงผู้ที่มีพื้นฐานสมาธิ โดยเน้นย้ำเรื่องการรักษาทางสายกลาง ไม่ตึงหรือหย่อนเกินไป และการใช้กายเป็นวิหารธรรมเพื่อนำไปสู่ปัญญาที่เห็นแจ้งในความเกิดดับของสรรพสิ่ง
พัฒนาสัมมาสมาธิด้วยสัมมาสติ :: หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 8 ส.ค. 2569
已收聽รายการนี้เป็นการถ่ายทอดคำสอนและประสบการณ์การปฏิบัติธรรมของหลวงพ่อพุทธ โดยเน้นเรื่องการฝึกจิตให้เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน และการรักษาจิตประภัสสร เนื้อหาครอบคลุมถึงความแตกต่างระหว่างจิตที่หลงไปกับความคิดปรุงแต่งและจิตที่เป็นผู้รู้ การใช้คำบริกรรมพุทโธเพื่อสร้างสมาธิและการพัฒนาสติเพื่อรู้เท่าทันกิเลส โดยเฉพาะโมหะซึ่งเป็นรากเหง้าของกิเลสทั้งปวง นอกจากนี้ยังมีการตอบคำถามจากผู้นิคมปฏิบัติธรรมหลายท่าน เกี่ยวกับปัญหาการปฏิบัติ เช่น การเพ่งจนเครียด การจิตหลุดไปในความคิด หรือความพยายามที่จะทำให้จิตสงบ ซึ่งหลวงพ่อได้ให้แนวทางในการฝึกสติแบบไม่จงใจ ไม่ยึดมั่นในตัวผู้รู้ และการใช้สติเพื่อเห็นความเกิดดับของสภาวธรรม เพื่อนำไปสู่การปล่อยวางและการเข้าถึงความบริสุทธิ์อย่างแท้จริง
เรียนรู้ทุกข์ผ่านขันธ์ 5 :: หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 2 ส.ค. 2569
已收聽รายการตอบคำถามและให้คำแนะนำแนวทางการปฏิบัติธรรม โดยเน้นเรื่องการฝึกสติและการพิจารณากายและจิตตามหลักอริยสัจ 4 และขันธ์ 5 เนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่การบริหารจัดการบัญชีวัดเพื่อความโปร่งใส ไปจนถึงการวิเคราะห์สภาวะธรรมที่เกิดขึ้นระหว่างการทำกรรมฐาน เช่น การดูรูปนาม การรับมือกับกิเลส และการรักษาจิตให้เป็นธรรมชาติไม่ปรุงแต่งสูงเกินไป พร้อมทั้งตอบคำถามจากผู้ปฏิบัติธรรมหลายท่านเกี่ยวกับอาการทางจิตและการพัฒนาสมาธิสู่ปัญญา
แบบฝึกหัดซ้อมดูจิตเคลื่อน : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 1 ส.ค. 2569
已收聽รายการพอดแคสต์นี้เป็นการถ่ายทอดธรรมะเกี่ยวกับการฝึกจิตและการดูจิต โดยเน้นย้ำถึงการพัฒนาสติและปัญญาเพื่อเห็นความจริงของธรรมชาติว่าไม่มีตัวตน เนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่เทคนิคการเริ่มต้นสังเกตความรู้สึกที่เคลื่อนไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย การแยกแยะระหว่างผู้รู้กับสิ่งที่ถูกรู้ และการระวังไม่ให้จิตดิ่งลงสู่ความสงบแบบซึมเซา นอกจากนี้ยังมีการตอบคำถามจากผู้ปฏิบัติธรรมในรูปแบบต่างๆ โดยเน้นย้ำว่าหัวใจสำคัญคือการรักษาจิตให้ตื่น รู้เท่าทันอารมณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งความโกรธ ความโลภ และความหลง โดยไม่เข้าไปบังคับหรือปรุงแต่งจิตให้แน่นจนเกินไป เพื่อนำไปสู่การเห็นแจ้งในขันธ์ 5 ว่าไม่ใช่ตัวตน
ปฏิบัติบูชาพระพุทธเจ้า :: หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 29 ก.ค. 2569 (ช่วงบ่าย)
已收聽คำสอนเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรมในชีวิตประจำวันและการเจริญสติที่ไม่จำกัดอยู่เพียงการนั่งสมาธิหรือเดินจงกรม แต่รวมถึงการรักษาศีลและการรู้เท่าทันอารมณ์ขณะทำงานหรือทำกิจวัตรต่างๆ เนื้อหาเน้นย้ำเรื่องการปฏิบัติบูชาพระพุทธเจ้า การใช้สติเพื่อดูสภาวะธรรมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และการฝึกจิตให้ไม่หวั่นไหวต่อโลกธรรม ทั้งความสุข ความทุกข์ คำสรรเสริญ และคำนินทา เพื่อนำไปสู่ความสงบเย็นและการหลุดพ้นจากความยึดมั่นถือมั่น
เดินอยู่ในทางสายกลาง :: หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 29 ก.ค. 2569 (ช่วงเช้า)
已收聽การบรรยายธรรมเนื่องในวันวิสาขบูชา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของทางสายกลาง (มัชฌิมาปฏิปทา) และอริยมรรคมีองค์แปด เพื่อการหลุดพ้นจากทุกข์ เนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่การละกามสุขัลลิกานุโยคและการอัตตกิลมถานุโยค ไปจนถึงการฝึกสติเพื่อรู้เท่าทันกายและใจ การเรียนรู้ความจริงของขันธ์ห้าว่ามีความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา เพื่อนำไปสู่การละตัณหาและเข้าถึงนิพพาน
หัวใจของการปฏิบัติคือการเจริญสติ :: หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 26 ก.ค. 2569
已收聽รายการพอดแคสต์นี้เป็นการถ่ายทอดคำสอนเกี่ยวกับการเจริญสติปัฏฐานและการฝึกจิตเพื่อการหลุดพ้น โดยเน้นย้ำว่าสติคือรากฐานสำคัญที่สุดของการปฏิบัติ หากขาดสติย่อมขาดศีล สมาธิ และปัญญา เนื้อหาครอบคลุมถึงการใช้กายและจิตเป็นเครื่องอยู่ (วิหารธรรม) การสังเกตความเกิดดับของอารมณ์ และการทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ดูละครแห่งจิตโดยไม่เข้าไปยึดมั่นถือมั่นในตัวตน นอกจากนี้ยังมีการแบ่งปันประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติธรรม การเผชิญกับสภาวะทางจิตที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงการตอบคำถามและให้แนวทางแก่ผู้ปฏิบัติในระดับต่างๆ ตั้งแต่ผู้เริ่มต้นจนถึงผู้ที่เข้าสู่สมาธิขั้นสูง โดยมุ่งเน้นให้เห็นความจริงของไตรลักษณ์และการลดละความยึดมั่นในอัตตาเพื่อความสงบเย็นอย่างแท้จริง
หลักสูตรของฆราวาส : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 17 ก.ค. 2569
已收聽ธรรมบรรยายเรื่องการพัฒนาจิตใจตามหลักพุทธศาสนาผ่านแนวทาง ทาน ศีล สมาธิ และปัญญา โดยเน้นย้ำว่าการเข้าวัดไม่ควรเป็นเพียงการแสวงหาบุญเพื่อความสบายใจ แต่ควรเป็นการฝึกฝนตนเองเพื่อลดละความเห็นแก่ตัว เนื้อหาครอบคลุมถึงอานิสงส์ของการให้ทาน การรักษาศีลเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และการฝึกสมาธิภาวนาเพื่อการรู้เท่าทันกายและใจ ตลอดจนการเจริญวิปัสสนากรรมฐานเพื่อเข้าถึงความจริงของธรรมชาติและการปล่อยวางกิเลส เพื่อมุ่งสู่ความสุขที่แท้จริงคือพระนิพพาน
นักปฏิบัติหลงเข้าไปปรุงแต่งจิต : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 25 ก.ค. 2569
已收聽รายการนี้เป็นการเทศนาธรรมเกี่ยวกับการฝึกสติและกรรมฐานเพื่อการพัฒนาจิต โดยเน้นย้ำเรื่องการใช้เครื่องอยู่ของจิต เช่น ลมหายใจ หรือความเคลื่อนไหวของร่างกาย เพื่อให้จิตตั้งมั่นและเกิดสมาธิ เนื้อหาครอบคลุมถึงการรู้เท่าทันการปรุงแต่งของจิต การระวังนิมิตที่อาจหลอกลวง และการเจริญวิปัสสนาเพื่อเห็นความจริงของขันธ์ห้าว่าไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา ผู้พูดเน้นย้ำว่าเป้าหมายของการปฏิบัติไม่ใช่เพื่อความสงบหรือความสุข แต่เพื่อการรู้เท่าทันจิตและวางความยึดมั่นถือมั่นในตัวตน
กฎของการดูจิต : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 19 ก.ค. 2569
已收聽การบรรยายธรรมเรื่องแนวทางการฝึกสติและการดูจิตในชีวิตประจำวัน โดยเน้นย้ำว่าการปฏิบัติธรรมไม่ใช่เรื่องยากและไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่แค่การนั่งสมาธิ แต่สามารถแทรกซึมไปกับการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การเข้าห้องน้ำ การกินข้าว หรือการเดินทาง เนื้อหาครอบคลุมถึงความสำคัญของการรักษาศีล 5 เพื่อเป็นพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ และการใช้สติเพื่อรู้เท่าทันกิเลสที่เกิดขึ้นในจิตใจ ทั้งความโกรธ ความโลภ และความหลง ผู้บรรยายได้แบ่งปันประสบการณ์ตรงจากการฝึกฝนตามคำสอนของหลวงปู่ โดยให้หลักการสำคัญในการดูจิต 3 ข้อ คือ การรอให้ความรู้สึกเกิดแล้วค่อยรู้ การดูแบบคนวงนอกเพื่อไม่ให้เกิดอคติ และการรักษาความเป็นกลางไม่ยินดียินร้าย พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างสติ สมาธิ และปัญญา ที่จะช่วยให้เข้าใจความจริงของไตรลักษณ์ คือ ความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา เพื่อนำไปสู่การปล่อยวางและการพ้นจากความทุกข์อย่างแท้จริง
กรรมเป็นเครื่องจำแนกสัตว์ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 12 ก.ค. 2569
已收聽เนื้อหาเป็นการบรรยายธรรมเกี่ยวกับการฝึกสติและการรักษาจิตใจเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดในอบายภูมิ โดยเน้นย้ำความสำคัญของการรู้เท่าทันกิเลส เช่น โลภะ โทสะ และโมหะ ซึ่งเป็นเหตุให้ต้องเวียนว่ายตายเกิดในภพภูมิต่างๆ เช่น เปรต อสุรกาย หรือสัตว์เดรัจฉาน การปฏิบัติธรรมที่ถูกต้องคือการรักษาศีล 5 ให้มั่นคงและฝึกความรู้สึกตัว (สติ) ในทุกอิริยาบถ ไม่ว่าจะยืน เดิน นั่ง หรือนอน เพื่อให้จิตไม่หลงไปกับความเพลินหรือความยึดติด นอกจากนี้ยังมีการตอบคำถามและให้คำแนะนำแก่ผู้ปฏิบัติธรรมหลายท่านเกี่ยวกับการจัดการกับอาการทางจิตขณะทำสมาธิ เช่น อาการแน่นหน้าผาก จิตที่ไหลออกนอก หรือความฟุ้งซ่าน โดยเน้นให้ใช้ปัญญาในการรู้เท่าทันสภาวะที่เกิดขึ้น เพื่อให้จิตเป็นกลางและค่อยๆ พัฒนาไปสู่ความสงบและการพ้นจากทุกข์ในที่สุด
ทำอย่างไรเราจะไม่ยึดถือ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 11 ก.ค. 2569
已收聽รายการธรรมะบรรยายที่มุ่งเน้นการสอนเรื่องความไม่เที่ยงของกายและจิต ผ่านการพิจารณาไตรลักษณ์และการฝึกสติในชีวิตประจำวัน เนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่การทำความเข้าใจความหมายที่ถูกต้องของธุดงควัตร การสังเกตความเกิดดับของจิต และการใช้สติเพื่อเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เพื่อนำไปสู่การปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ห้า ในช่วงท้ายมีการตอบคำถามจากทางบ้านเกี่ยวกับปัญหาในการปฏิบัติธรรม เช่น อาการจิตฟุ้งซ่าน การแยกแยะระหว่างความคิดกับการรู้ และวิธีการฝึกสมาธิเพื่อไม่ให้จิตหลงไปกับอารมณ์ โดยเน้นย้ำหลักการสำคัญคือการเป็นผู้รู้เท่าทันสภาวะที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริงโดยไม่เข้าไปดัดแปลงหรือแก้ไข
คุณค่าของสติ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 5 ก.ค. 2569
已收聽"ถ้าเรามีสติรักษาจิตอยู่ศีลก็เกิด มีสติอยู่จิตไหลไปหลงไปรู้ทัน จิตก็ตั้งมั่นมีสมาธิ ไม่ฟุ้งซ่าน มีสมาธิ แล้วพอตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ กระทบอารมณ์ เกิดความเปลี่ยนแปลงในร่างกายจิตใจ มีสติรู้ทันความเปลี่ยนแปลงในร่างกายในจิตใจ อันนั้นเป็นการเดินปัญญา ฉะนั้นมีสติตัวเดียวเราจะได้ทั้งศีล ได้ทั้งสมาธิ ได้ทั้งปัญญา เมื่อทำให้มากเจริญให้มาก ก็จะเกิดวิมุตติ เกิดอริยมรรค เกิดอริยผลขึ้น ถ้าทำให้มากเจริญให้มากสติสำคัญที่สุดเลย" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 5 กรกฎาคม 2569
ทำกรรมใดไว้ต้องได้รับผลของกรรมนั้น :: หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 4 ก.ค. 2569
已收聽"บุญเป็นชื่อของความสุข พอเราทำบุญ เราทำความดีแล้ว ความสุขเกิดขึ้น นี่คือกฎแห่งกรรม ทำไม่ดีก็มีผลทางไม่ดีเกิดขึ้น จิตเราเสีย ถ้าเราภาวนาทุกวันๆ เราก็จะเชื่อกฎแห่งกรรมเหมือนกัน ไม่ต้องระลึกชาติได้อะไรหรอก ไม่ต้องมีฤทธิ์มีเดชอะไรหรอก อย่างวันไหนอารมณ์ร้าย ไปด่าเขาอะไรอย่างนี้ ใจเศร้าหมอง ถ้ามานั่งสมาธิ โอ๊ย กว่าจะสงบ ไม่ใช่ง่ายเลย ไม่ค่อยสงบแล้ว นี้ก็กฎแห่งกรรม เพราะฉะนั้นไม่ว่าเราจะทำกรรมอันใดไว้ดีหรือชั่ว เราจะต้องได้รับผลของกรรมนั้นสืบไป นี้เป็นกฎธรรมชาติ ไม่ใช่กฎเกณฑ์ที่พระพุทธเจ้ากำหนด มันคือกฎธรรมชาติ ฉะนั้นกี่พระพุทธเจ้ามาสอนก็จะสอนอย่างเดียวกัน เพราะมันเป็นสัจธรรม เป็นกฎของธรรมชาติอย่างนี้ พวกเราหัดภาวนาไป แล้วเราจะเห็นผล เมื่อเห็นผลเราจะเชื่อมั่น โอ้ คำสอนของท่านมีจริง ทำดีมีผลดี ทำชั่วมีผลชั่วจริงๆ เราเห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวเองได้" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 4 กรกฎาคม 2569
ปฏิบัติธรรมเพื่อศึกษาความจริงของชีวิต : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 28 มิ.ย. 2569
已收聽"เราปฏิบัติธรรมเพื่อศึกษาความจริงของชีวิตเรา ถ้าเราเข้าใจความจริงของชีวิตแล้ว จิตมันปล่อยวาง จิตมันไม่ยึดถือกายยึดถือใจได้ กายนี้ใจนี้คือตัวทุกข์ เมื่อจิตมันไม่ไปหยิบฉวยตัวทุกข์ขึ้นมา จิตมันก็ไม่ทุกข์ จิตที่เหลืออยู่พ้นจากความทุกข์ไป" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 28 มิถุนายน 2569
ปัญญาเกิดจากการเห็นด้วยตัวเอง : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 27 มิ.ย. 2569
已收聽"การเจริญปัญญาไม่ใช่การนั่งคิดเอา ไม่ใช่การนั่งฟังเทศน์เฉยๆ อันนั้นเป็นปัญญาขั้นต้น เรียนไปฟังเทศน์ฟังธรรมอะไร เพื่อให้รู้วิธีปฏิบัติ ปัญญาที่เราไปฟังมานั้น ปัญญาของพระพุทธเจ้า ของครูบาอาจารย์ ไม่ใช่ของเรา ปัญญาของเราเกิดจากการที่เราเห็นด้วยตัวของเราเอง เห็นความจริงของกาย เห็นความจริงของใจ จิตต้องตั้งมั่น ทรงสัมมาสมาธิ ปัญญาถึงจะเกิดได้" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 27 มิถุนายน 2569
ไม่ยึดมั่นถือมั่นเพราะเห็นความจริง : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 21 มิ.ย. 2569
已收聽"อยู่กับเครื่องอยู่ให้มาก แต่อย่าไปเพ่ง ถ้าไปเพ่งแล้วไม่ใช่เครื่องอยู่แต่เป็นคุก มีเครื่องอยู่เราก็อยู่กับเครื่องอยู่ไป แล้วสติเราก็จะดีขึ้น สัมมาสมาธิจะดีขึ้น เมื่อสัมมาสมาธิเราดีมากแล้ว การเจริญปัญญาจะไม่ยากเลย จะใช้เวลานิดเดียวเลย ใช้เวลาไม่นานก็จะเข้าใจธรรมะ ธรรมะเบื้องต้นก็รู้ตัวเราไม่มี ธรรมะเบื้องปลายก็จะรู้ว่าสิ่งที่มีคือตัวทุกข์ พอรู้อย่างนี้จิตจะปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อจะเข้าไปสู่หลักคำสอนที่พระพุทธเจ้าบอก ธรรมทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น เพราะยึดแล้วทุกข์ แต่ไม่ยึดมั่นถือมั่นเพราะว่าเห็นความจริง ว่ามันไม่ใช่ของที่น่ายึดมั่นถือมั่น มันเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แสดงธรรม ณ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 21 มิถุนายน 2569
รู้สึกตัวแล้วจะพัฒนาต่อได้ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 20 มิ.ย. 2569
已收聽"หัดดูสภาวะไป ดูจิตไม่ได้ ดูร่างกายเคลื่อนไหว รู้สึกไป ร่างกายหายใจ รู้สึก ร่างกายยืน เดิน นั่ง นอน รู้สึก ร่างกายเคลื่อนไหว หยุดนิ่ง รู้สึก รู้สึกไปเรื่อยๆ เพื่อให้รู้สึกตัว รู้สึกตัวแล้วจะพัฒนาต่อได้ ถ้าลืมตัวเองไม่มีทางพัฒนาเลย ถ้ารู้สึกจิตได้ รู้สึกจิต มันรู้ได้หลายระดับ รู้ง่ายที่สุดเลย จิตสุขก็รู้ จิตทุกข์ก็รู้ จิตเฉยๆ ก็รู้ อันนี้มีแค่ 3 ตัว ถ้ารู้ได้ละเอียดขึ้น ก็เห็นจิตเป็นกุศลก็รู้ เป็นอกุศลก็รู้ จากกายานุปัสสนา เราเคลื่อนไหว รู้สึก เคลื่อนไหวรู้สึกไป เราก็จะเห็นมีเวทนาเกิดขึ้นในกายในใจ เวทนาเกิดขึ้นในกายในใจ เวทนาเกิดขึ้นในกาย ก็จบอยู่แค่นั้น แต่เวทนาในใจเกิดแล้วก็ดับลงไปเหมือนกัน เกิดแล้วดับ เกิดแล้วดับ แต่เวลาเวทนาเกิดขึ้น ไม่ว่าเวทนาทางกายหรือทางใจ จิตจะทำงานต่อ มันก็จะปรุงกุศลอกุศลขึ้นมา จากกายานุปัสสนา ขึ้นมาเวทนานุปัสสนา ขึ้นมาจิตตานุปัสสนา เราจะเห็น จิตเดี๋ยวก็เป็นกุศล เดี๋ยวก็เป็นอกุศล ดูไปเรื่อยๆ ต่อไปเราก็เข้าถึงธัมมานุปัสสนา เรารู้เหตุรู้ผล เพราะสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี เพราะสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้ไม่มี ค่อยๆ ภาวนาจนเรารู้แจ้งเห็นจริง ไม่มีอะไรที่ลึกซึ้งเท่าธรรมะของพระพุทธเจ้า…
มีความเพียรอยู่กับกรรมฐาน : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 19 มิ.ย. 2569
已收聽"การที่เราจะอยู่กับกรรมฐานเรา มันก็จิตตั้งมั่นอยู่ สติระลึกรู้ความเปลี่ยนแปลงของรูปธรรมนามธรรม สัมปชาโน สัมปชัญญะ รู้สึกที่ตัวเอง สติรู้สภาวะทั้งหลาย แต่เริ่มต้นก็ต้องมีอาตาปี มีความเพียรที่จะแผดเผากิเลส จะแผดเผากิเลสก็มีวิหารธรรม มีเครื่องอยู่ที่เหมาะกับตัวเอง แล้วก็อยู่กับเครื่องอยู่อันนั้น ไม่หลงลืม ตรงที่เราไม่หลงลืมสิ่งที่ควรจะทำ เรียกอสัมโมหะ สัมปชัญญะ ตัวนี้ตัวใหญ่เลย อสัมโมหะ แปลว่าสัมปชัญญะที่ไม่ประกอบด้วยโมหะ ไม่มีโมหะ ไม่หลง" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 19 มิถุนายน 2569
มีปัญญาเห็นจิตเป็นไตรลักษณ์ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 14 มิ.ย. 2569
已收聽"ขั้นแรกเลย อย่าส่งจิตออกนอก ทำกรรมฐานอันหนึ่งถ้าจิตเราไหลออกไปให้รู้ทัน อย่าห้ามจิต จิตไหลแล้วรู้ๆ เราจะได้จิตที่ตั้งมั่น ต่อไปเราก็ดูจิตใจของตัวเอง จิตสุขก็รู้ ทุกข์ก็รู้ ดีก็รู้ ชั่วก็รู้ เราไม่เลือกว่าต้องสุขตลอด ไม่เลือกว่าต้องดี อะไรก็ได้ ถ้าผ่านเข้ามาสู่ความรับรู้ของจิต แค่รู้แค่เห็นไปเรื่อยๆ เราก็จะเห็นว่าทุกอย่างเกิดแล้วดับ ฝึกเรื่อยๆ แล้วต่อไปจิตก็จะบรรลุมรรคผลได้ หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 14 มิถุนายน 2569
มรณสติ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 13 มิ.ย. 2569
已收聽"เราเห็นคนตาย ไปงานศพไปอะไร เราน้อมมาพิจารณา ไม่มีใครหนีพ้นหรอก การที่เราคิดถึงความตายบ่อยๆ เป็นกรรมฐานที่ดีอันหนึ่ง เรียกว่ามรณสติ ครูบาอาจารย์ของหลวงพ่อองค์หนึ่งคือหลวงปู่เทสก์ ท่านเคยบอกว่า มรณสติเป็นไม้ตาย ในการสู้กิเลส ถ้ากรรมฐานตัวอื่น เอาใจเราไม่ลง พิจารณาความตายลงไป เพราะทุกอย่างมันก็แค่ตาย ที่รักกันมากสุดท้ายก็พลัดพราก ต้องตายจากกัน เกลียดกัน สุดท้ายก็ต้องตายจากกัน หาสมบัติไว้เยอะแยะ สุดท้ายก็ต้องตาย สมบัติก็เป็นของคนอื่น ท่านให้พิจารณาความตายเนืองๆ" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 13 มิถุนายน 2569
สิ่งใดเกิดสิ่งนั้นดับ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 7 มิ.ย. 2569
已收聽"ทำกรรมฐานอันหนึ่ง จิตหลงไปแล้วรู้ จิตถลำลงไปเพ่งแล้วรู้ ตัวนี้ฝึกให้มากเลย สำคัญมาก ถ้าเราฝึกตัวนี้ได้จิตเราตั้งมั่นขันธ์จะแยก พอขันธ์แยกแล้ว ขันธ์แต่ละขันธ์จะแสดงไตรลักษณ์ สุดท้ายมันจะเข้ามาที่จิต เห็นว่าจิตเองก็ตกอยู่ใต้ไตรลักษณ์ จิตผู้รู้เกิดแล้วก็ดับ จิตที่ไปดูรูปเกิดแล้วก็ดับ จิตที่ไปฟังเสียง จิตที่ไปดมกลิ่น จิตที่ไปลิ้มรส เกิดแล้วก็ดับ จิตที่ไปรู้สัมผัสทางกายเกิดแล้วก็ดับ จิตที่ไปคิดนึกทางใจเกิดแล้วก็ดับ เห็นอยู่อย่างนี้เรื่อยๆๆ สุดท้ายมันรู้เลย รู้ด้วยตัวเอง สิ่งใดเกิดสิ่งนั้นดับ ทุกสิ่งเกิดแล้วดับทั้งสิ้นเลย 4 ขันธ์แรกดูง่าย ที่ดูยากคือตัวจิตนี่ตัววิญญาณนี้ ฝึกมาตามลำดับให้มันเห็นเลยวิญญาณก็เกิดดับ" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 7 มิถุนายน 2569
จุดเริ่มต้นคือความรู้สึกตัว : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 6 มิ.ย. 2569
已收聽"เราภาวนาไปเรื่อยๆ จะเห็นปัญญาเบื้องต้น คือเห็นขันธ์ 5 ไม่ใช่เรา กายนี้ใจนี้ไม่ใช่เรา ปัญญาเบื้องกลางจะเห็นว่าตัวตา หู จมูก ลิ้น กาย คือตัวทุกข์ ไม่เป็นเรามาแต่แรกแล้ว แต่มันเป็นตัวทุกข์ มันถึงจะปล่อยวางได้ เห็นทุกข์ถึงจะปล่อยวางได้ แล้วต่อไปปัญญาขั้นสูงสุด จะเห็นว่าจิตเองคือตัวทุกข์ จิตจะสลัดคืนจิตให้โลกไป ไม่เอาแล้ว โยนจิตทิ้งไปได้ แล้วเกิดจิตอีกชนิดหนึ่ง ที่มันไม่เกาะอะไร ไม่เกาะไม่เกี่ยวอะไรกับโลกอีกต่อไปแล้ว ทั้งหมดมันมาจากจุดเริ่มต้น คือความรู้สึกตัว รู้สึกตัวแล้วก็รู้สึกบ่อยๆ อดทน ล้มลุกคลุกคลานอะไรนี้เป็นเรื่องปกติ แต่ต้องอดทน ทำแล้วทำอีก อย่าขี้เกียจ" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 6 มิถุนายน 2569
รู้ทันใจตัวเองคือการปฏิบัติ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 3 มิ.ย. 2569
已收聽"ฝึกตัวเอง ใช้เรื่องการกิน การนอน การเดินทาง การทำงาน การอาบน้ำ การขับถ่ายอะไรใช้เป็นเครื่องมือปฏิบัติทั้งหมดเลย ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเราคือการปฏิบัติทั้งสิ้นเลย ให้อ่านใจตัวเองให้ออก การอ่านใจตัวเองไม่ใช่เรื่องยาก ขณะนี้ใจเราสุขหรือใจเราทุกข์ แค่รู้เท่านั้น ขณะนี้ใจเราสุขหรือใจเราทุกข์ หรือใจเราเฉยๆ ไม่สุขไม่ทุกข์ อ่านจิตแค่นี้ก็พอแล้ว ไม่ต้องมีอะไรเยอะแยะหรอก ถ้าอ่านตรงนี้ได้ ต่อไปก็อ่านได้ละเอียดขึ้น ใจเราเป็นกุศลก็รู้ ใจเราโลภก็รู้ ใจเราโกรธก็รู้ ใจเราหลงก็รู้ ใจเราฟุ้งซ่านก็รู้ ใจเราหดหู่ก็รู้ ดีใจก็รู้ เสียใจก็รู้ ชอบใจก็รู้ ไม่ชอบใจก็รู้ ค่อยๆ ดูไป แล้วมันจะอ่านใจได้ละเอียดประณีตมากขึ้นๆ อันนี้คือการรวมการปฏิบัติเข้าในชีวิตจริงๆ ของเรา ตัวนี้สำคัญมาก" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 3 มิถุนายน 2569
更多 教育 播客
國際 教育 播客